จากเวที “เวทีถอดบทเรียนและพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือพ่อแม่วัยรุ่น จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับนักสังคมสงเคราะห์” เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของนักสังคมสงเคราะห์กว่า 30 ชีวิต จากหน่วยงานด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาสังคม มาร่วมกันแชร์ประสบการณ์เพื่อทบทวนจุดแข็ง ถอดสูตรความสำเร็จ และค้นหาช่องว่าง ในการทำงานให้ความช่วยเหลือ “พ่อแม่วัยรุ่น” และร่วมกันออกแบบแนวทางการช่วยเหลือแบบบูรณาการครอบคลุม 4 มิติสำคัญ
เจาะลึกสถานการณ์หน้างาน: ปัจจัยความสำเร็จและช่องว่างการทำงานใน 4 มิติ
จากการระดมความเห็นของผู้ปฏิบัติงาน สามารถสะท้อนภาพข้อเท็จจริง ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ และช่องว่างการทำงานในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดังนี้
- มิติด้านสุขภาพ
- ปัจจัยความสำเร็จ: ระบบสาธารณสุขมีฐานข้อมูล Smart CDC ที่เข้มแข็งในการลิงก์และส่งต่อข้อมูลการดูแลรักษาไปยัง รพ.สต. และเครือข่าย อสม. เพื่อติดตามเยี่ยมบ้านได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์การรักษาพยาบาลและสิทธิ์การเข้าถึงบริการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดที่สะดวกขึ้นแบบ Walk-in รวมถึงระบบการคัดกรองประเมินภาวะซึมเศร้าและช่องทางด่วนช่วยเหลือทางจิตวิทยา
- ช่องว่างการทำงาน: วัยรุ่นยุคใหม่เข้าถึงข้อมูลเรื่องเพศในโลกออนไลน์ได้เร็ว แต่อาจไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริง อีกทั้งส่วนใหญ่ยังใช้วิธีป้องกันเฉพาะหน้า เช่น กินยาคุมฉุกเฉิน ซึ่งมีอัตราความสำเร็จต่ำ แต่ยังไม่กล้าเข้าถึงการคุมกำเนิดระยะยาว (เช่น การฝังยาคุมกำเนิด) เนื่องจากความอาย หรือเงื่อนไขทางกฎหมายในบางสถานพยาบาลที่ยังต้องมีผู้ปกครองเซ็นยินยอม ตลอดจนปัญหาแม่วัยรุ่นในกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะสารเสพติดและปัญหาสุขภาพจิตร่วมด้วย
- มิติด้านการศึกษา
- ปัจจัยความสำเร็จ: กฎหมายที่เปิดโอกาสให้แม่วัยรุ่นสามารถเรียนต่อในสถานศึกษาเดิมได้โดยห้ามบีบให้ลาออก รวมถึงมีการเปิดโอกาสให้เรียนต่อในระบบนอกโรงเรียน
- ช่องว่างการทำงาน: ปัญหาจากระบบที่โรงเรียนบางแห่งไม่ยอมตัดชื่อเด็กออกเพื่อคงยอดจำนวนนักเรียนในการเบิกงบประมาณ ทำให้เด็กเสียสิทธิ์ ไม่สามารถไปสมัครเรียนต่อที่อื่นได้
- มิติด้านสังคมและความสัมพันธ์
- ปัจจัยความสำเร็จ: หน่วยงานภาคประชาสังคม มีเครื่องมือวิชาชีพที่เชี่ยวชาญในการทำ Case Management การจัดกิจกรรมกลุ่ม ค่ายครอบครัว และระบบครอบครัวทดแทนชั่วคราว
- ช่องว่างการสัมพันธ์: ครอบครัวในสังคมปัจจุบันเผชิญภาวะต่างคนต่างอยู่และติดโลกโซเชียล ทำให้การสื่อสารในบ้านลดลงและเกิดปัญหาความรุนแรงมากขึ้น เมื่อเด็กเผชิญปัญหาตั้งครรภ์มักถูกดุด่าตอกย้ำมากกว่าการโอบกอดทำความเข้าใจ นอกจากนี้ ภาระทั้งหมดมักตกอยู่กับฝ่ายหญิง สังคมยังขาดกลไกที่ดึงตัวพ่อวัยรุ่นเข้ามาร่วมรับผิดชอบ
- มิติด้านอาชีพและเศรษฐกิจ
- ปัจจัยความสำเร็จ: มีแหล่งทุนช่วยเหลือ ทุนประกอบอาชีพ และเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจากภาครัฐและกองทุนต่าง ๆ ในพื้นที่รองรับ
- ช่องว่างการทำงาน: นักสังคมสงเคราะห์และนักสาธารณสุขขาดทักษะด้านวิชาชีพ หรือการแนะแนวอาชีพยุคใหม่ โครงการฝึกอาชีพส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งบางครั้งไม่ตอบโจทย์ความสนใจของวัยรุ่น และขาดการเชื่อมโยงกับตลาดแรงงานจริง
ร่วมออกแบบอนาคต: แนวทางการประสานงานและบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ
เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดและอุดช่องว่างดังกล่าว ภาคีเครือข่ายจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงได้ร่วมกันออกแบบแนวทางการทำงานร่วมกันใหม่ โดยมุ่งเน้นกลไกสำคัญ 3 ส่วน คือ:
- การสร้างระบบบริการที่เป็นมิตร (Friendly Services): ปรับทัศนคติของคนทำงานให้มองสิทธิเด็กเป็นตัวตั้ง ไม่ติติงหรือตีกรอบความผิดพลาด เปลี่ยนการทำงานจากผลักให้เคสเดินไปติดต่อเอง เป็น “จับมือพาส่งต่อ” คืนเคสกลับสู่กลไกชุมชนเพื่อให้คนในพื้นที่ใกล้ชิดดูแลต่ออย่างอบอุ่น
- การประชุมรายกรณี (Case Conference) ที่ตอบโจทย์การช่วยเหลือที่เป็นจริง: เปลี่ยนการทำงานแบบแยกส่วน เป็นรูปแบบการจัดเวทีประชุมร่วมกันระหว่าง สาธารณสุข พม. ท้องถิ่น และ NGO เพื่อวิเคราะห์ความต้องการ แล้วทำ “แพ็คเกจ” สวัสดิการที่กระจัดกระจาย (ทั้งเงินอุดหนุน ทุนการศึกษา สิทธิ์การรักษา และทุนอาชีพ) เป็นความช่วยเหลือเฉพาะบุคคลที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
- การทำงานเชิงรุกเพื่อการป้องกันในชุมชน: หนุนเสริมการจัดตั้งกลุ่มแกนนำเด็กและเยาวชน หรือบัณฑิตอาสาในชุมชน เพื่อให้คนรุ่นราวคราวเดียวกันทำหน้าที่ให้คำปรึกษา เป็นเพื่อนคู่คิด และช่วยรณรงค์สื่อสารเรื่องเพศและการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธีผ่านภาษาที่เข้าถึงง่าย เพื่อสกัดกั้นปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำก่อนเกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม
ก้าวต่อไปของเมืองนครศรีธรรมราช
ทิศทางการดำเนินงานหลังจากเวทีนี้ ภาคีเครือข่ายจะร่วมกันจัดทำ “ทำเนียบผู้ปฏิบัติงานและช่องทางประสานงานที่รวดเร็ว (เช่น ไลน์กลุ่ม)” พร้อมทั้งจัดทำคู่มือและโฟลว์ชาร์ต ขั้นตอนการส่งต่อเคสที่ชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องมือให้คนทำงานสามารถประสานทรัพยากรช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ จะมีการนำชุดข้อมูล ปัจจัยความสำเร็จ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้งหมดนี้ เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อผลักดันให้เกิดกลไกขับเคลื่อนในระดับนโยบายอย่างยั่งยืน
เพราะในยุคที่เด็กเกิดน้อยลง ประชากรทุกชีวิตจึงมีค่าสูงสุด การจับมือกันในวันนี้ของชาวนครศรีธรรมราช ไม่ใช่เพียงเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่คือการมอบโอกาสครั้งที่สอง เพื่อให้ “พ่อแม่วัยรุ่น” สามารถยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมที่จะฟูมฟักลูกน้อยให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป
“เพราะเราจะไม่ทิ้งครอบครัวไหนไว้ข้างหลัง… มาร่วมสร้างนครศรีธรรมราชให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรและอบอุ่นสำหรับพ่อแม่วัยรุ่นไปด้วยกัน”








